“แมนยูฯ” หนี้พุ่งกระฉูดเกือบ 1.7 หมื่นล้าน เซ่นพิษโควิด-19

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยผลประกอบการของสโมสร 3 เดือนแรกของปี 2020 มีหนี้เพิ่มขึ้น ทำให้ยอดรวมตอนนี้เกือบ 17,000 ล้านบาท เลยทีเดียว

วันที่ 22 พ.ค. 63 “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาสแรก (3 เดือนแรกของปี 2020) ว่า มีหนี้สินเพิ่มขึ้นถึง 127.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,961 ล้านบาท) ส่งผลยอดหนี้รวมพุ่งไปถึง 429.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 16,711 ล้านบาท แล้ว)

ทั้งนี้ ปิศาจแดง มีหนี้พุ่งกระฉูดเพราะรายได้ลงลดจากการไม่ได้เล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลนี้ และได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ได้เงินจากค่าลิขสิทธ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์น้อยลง เพราะโปรแกรมการแข่งขันต่างๆ ของพวกเขาต้องถูกเลื่อน และเวลานี้พวกเขาจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนการคาดการณ์จากที่ตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้จะมีรายได้มากถึง 580 ล้านปอนด์ (ประมาณ 22,588 ล้านบาท) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เอ็ด วูดเวิร์ด รองประธานฝ่ายบริหารของปิศาจแดง เชื่อมั่นว่าสโมสรยังอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถรับมือได้

“นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มต้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมูลนิธิของเราได้ให้ความช่วยเหลือโรงพยาบาล, มูลนิธิและโรงเรียนในชุมชุนของเรา เช่นเดียวกับการสนับสนุนผู้ทำงานในแนวหน้าและแฟนบอลผู้ด้อยโอกาส การกระทำเหล่านั้นสะท้อนถึงคุณค่าของสโมสรและการปรับตัวเพื่อข้ามผ่านความยากลำบาก ซึ่งเราแสดงให้เห็นมาหลายครั้งในประวัติศาสตร์อันยาวนานของเรา และเราจะทำเช่นนั้นอีกครั้งเพื่อรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน ด้วยสปิริตเหล่านั้น เราตั้งตารอที่ทีมจะกลับมาลงสนามอย่างปลอดภัย, สร้างโมเมนตั้มที่น่าตื่นเต้นที่ โซลชาร์ และนักเตะแสดงให้เห็นไปก่อนหน้านี้ และทำตามขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องสุขภาพของผู้คน เราเป็นห่วงทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากช่วงเวลาที่ไม่เคยพบมาก่อน” วูดเวิร์ด กล่าว